top of page
COMPANY.png

รวม สาระน่ารู้ เกี่ยวกับเพชร

สำหรับมือใหม่ ที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับเพชร อัพเดตบทความใหม่ สด อยู่เสมอ หากต้องการรับบทความใหม่ๆ ลงทะเบียนเป็นสมาชิกของกับเรา ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

เลือกอะไรดี ระหว่าง ‘เพชรธรรมชาติ’ (Natural Diamond) หรือ ‘เพชรสังเคราะห์’ (Lab Grown Diamond)

อัปเดตเมื่อ 7 ส.ค. 2566



เนื่องจากช่วงนี้กระแสของ เพชรสังเคราะห์มาแรง เกือบล้นตลาด เพราะราคาที่ถูกกว่า และความสวยงามพอๆ กันกับเพชรแท้ จนไม่สามารถแยกได้ด้วยตาเปล่า ถึงแม้ว่า บริษัท แฟนซีคอลเลคชั่น จำกัด ของเรานั้น เป็นซัพพลายเออร์ จัดจำหน่าย เฉพาะเพชรแท้ อยู่ในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศไทย ปีนี้ย่างเข้าปีที่ 10 แล้วก็ตาม แต่เราก็ให้อิสระภาพของลูกค้าในการเลือกซื้อเพชรตามวิสัยทัศน์แต่ละบุคคล ส่วนทางบริษัทเราจะยืนหยัด ในการขายเพชรแท้จากทางธรรมชาติ เท่านั้น ด้วยคำนึงถึงความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ได้บีบอัดด้วยแรงกดดันที่สูงมากๆ จนเปลี่ยนจากของเหลวที่ไม่มีค่าจากใต้พื้นโลกที่ลึกไปมากว่า 100 เมตร ใช้เวลาเป็นพันปี กว่าจะเป็นเพชรแท้ ที่เปล่งประกายและเลอค่า จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งคำมั่นสัญญาของคู่รัก และความมั่งคั่งของผู้ครอบครอง จนทำให้ทุกคนบนโลกนี้อยากมีได้ไว้สักชิ้นนึงในช่วงชีวิตนี้

‘เพชรธรรมชาติ’ และ ‘เพชรสังเคราะห์’ (Lab Grown Diamond) เราสามารถจำแนกความแตกต่างได้ดังนี้ คือ


1. การกำเนิดของเพชร

  • การกำเนิดเพชรแท้ เกิดจากธรรมชาติ ต้องใช้เวลาหลายพันปี ที่จะแปลงสภาพจากแมกมาที่ที่มีอุณภูมิสูงกว่า 1700 องศาเซลเซียส และอยู่ลึกลงไป ใต้พื้นภิภพมากกว่า 150 กิโลเมตร ภายใต้แรงกดดันกว่า7 หมื่น กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร

  • การกำเนิด‘เพชรสังเคราะห์’(Lab Grown Diamond) เกิดจากการผลิตขึ้นมาโดยฝีมือมนุษย์ ใช้เวลาเพียง 2 ปี สามารถผลิตขึ้นได้ทั้งหมด 2 วิธี คือ High Pressure High Temperature (HPHT) ซึ่งเป็นวิธีจำลองแรงกดดันและอุณหภูมิความร้อนเหมือนการสร้างเพชรตามธรรมชาติเพื่อสังเคราะห์เพชรขึ้นมา และ Chemical Vapor Deposition (CVD) ซึ่งเป็นวิธีการสังเคราะห์เพชรโดยการใช้แก๊สคาร์บอน และทำให้อะตอมของคาร์บอนแตกตัวออกมาเป็นเพชร



2. สารประกอบในตัวเพชร

ซึ่งจำเป็นต้องใช้เครื่องมือตรวจเช็กองค์ประกอบที่ซ่อนอยู่ในเนื้อเพชร

  • ก็คือ เพชรธรรมชาตินั้นจะมีธาตุไนโตรเจนปะปนอยู่ในตัวเพชรเล็กน้อย

  • เพชรสังเคราะห์รวมถึงเพชรประเภทอื่น ๆ จะ ไม่มีธาตุไนโตรเจนอยู่เลย ไม่เพียงแต่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือเฉพาะจากแลบเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านเพชรระดับสูงในการตรวจสอบด้วย ซึ่งในบางครั้ง แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญเองก็ยังไม่สามารถบอกถึงลักษณะที่เหมือนกันได้ 100%


3.ราคา

เนื่องจากทรัพยากรเพชรตามธรรมชาตินั้นมีอยู่อย่างจำกัดขึ้นทุกวัน ดังนั้น เพชรธรรมชาติจึงมีราคาที่สูงกว่าเพชรสังเคราะห์ถึง 2 - 3 เท่า หรือคิดเป็น 50% - 60% เลยทีเดียว


4.การลงทุนและราคาซื้อขายในอนาคต


  • เพชรธรรมชาติ เนื่องจากเพชรธรรมชาตินั้นหายากขึ้นเรื่อยๆ จึงมีแนวโน้มที่ราคาจะสูงขึ้นไปอีกมาก และถ้าเป็นเพชรขาวใส ที่มีขนาดใหญ่ หายาก หรือเป็นเพชรที่มีสีสันแปลก เช่นแดง น้ำเงิน ราคาการซื้อขายในอนาคตยิ่งสูงริบลิ่ว

  • เพชรสังเคราะห์ เนื่องด้วยการที่เพชรจากห้องแลบมีราคาที่ต่ำกว่าเพชรธรรมชาติมากถึง 2 - 3 เท่าแล้ว ยังมีแนวโน้มว่าจะผลิตมากขึ้น ทำให้ราคาเพชรจากห้องทดลองนี้ยังมีแนวโน้มที่จะลดลงในอนาคตอีกด้วย

ดู 146 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Kommentare


bottom of page