top of page
COMPANY.png

รวม สาระน่ารู้ เกี่ยวกับเพชร

สำหรับมือใหม่ ที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับเพชร อัพเดตบทความใหม่ สด อยู่เสมอ หากต้องการรับบทความใหม่ๆ ลงทะเบียนเป็นสมาชิกของกับเรา ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

การฝังเพชร แบบต่างๆ ที่นิยมกันทั่วโลก

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเอาใจ นักธุรกิจจิวเวลรี่หน้าใหม่ๆ ที่มีความเก่งกาจเกี่ยวกับดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง ผันตัวมาทำธุรกิจจิวเวลรี่ออนไลน์ แล้วขายดีมากๆ มาสั่งออร์เดอร์ที่โรงงานบ่อยๆ ดังนั้นการสั่งออร์เดอร์ หรือประสานงานกับโรงงานจิวเวลรี่ จะสะดวกสบายง่ายขึ้น หากท่านเข้าใจตรงกันกับเรา และการฝังแบบต่างๆ นี้เป็นสากล ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย หรือเฉพาะโรงงานของเราเท่านั้น



1.ฝังหนามเตย (Prong Setting) แบบแหวนเพชรที่จะฝังแบบนี้คือแหวนเพชรเม็ดเดี่ยว (Solitaire Ring) ซึ่งเป็นแบบคลาสสิก ด้วยความหมายที่ดี แหวนดีไซน์นี้จึงเหมาะสำหรับ แหวนหมั้น แหวนแต่งงาน




  • หนามเตย คือ ก้านที่ต่ออยู่กับกระเปาะที่ประคองเพชรไว้ โดยส่วนปลายของหนามเตยแต่ละจุดจะมีลักษณะโค้งเข้าหากันเพื่อยึดเพชรเอาไว้

คุณสามารถเลือกได้ดังนี้

  • รูปแบบของหนามเตย เช่น กลม แหลม แบน หัวใจ

  • จำนวนของหนามเตยแบบ 4 ก้าน เป็นที่นิยมเพราะจะโชว์ความแวววาว ของเพชรได้มากกว่า

  • จำนวนของหนามเตยแบบ 6 ก้าน มีความทนทาน และทำให้เพชรดูใหญ่กว่า

ข้อดี

  • เพชรจะดูเด่นและให้มองเห็นได้ง่ายกว่า

  • เพชรส่องประกายได้มากขึ้น เพราะแสงผ่านได้ดี

  • เหมาะกับเพชรเม็ดยอดทุกรูปทรง ทั้งเพชรกลม และเพชรแฟนซี

  • ง่ายต่อการทำความสะอาด

  • คลาสสิก และสวมใส่ได้ในทุกโอกาส

ข้อเสีย

แหวนอาจเกี่ยวดึงกับสิ่งต่างๆ ได้ง่าย

เนื่องจากถูกเกี่ยวดึงอาจทำให้เพชรอาจหลวมและขยับได้


2. ฝังหุ้มเพชร (Bezel Setting) การฝังเพชรแบบนี้จะเป็นดีไซน์ที่ดูทันสมัย สำหรับท่านที่ชอบอะไรล้ำๆ แบบนี้คือใช่เลย


การฝังหุ้ม อาจจะล้อมรอบ หรือล้อมแค่บางส่วนของเพชรก็ได้ โดยถ้าหากเป็นการล้อมบางส่วนก็จะเปิดด้านข้างของเพชรให้เห็นเนื้อเพชรมากขึ้น


ข้อดี

ปกป้องเพชรของคุณจากการชนปะทะสิ่งของ

ทำให้ดีไซน์ดูทันสมัย

หมดปัญหาแหวนเพชรเกี่ยวกับสิ่งอื่นๆ

ง่ายต่อการทำความสะอาดและดูแลรักษา


ข้อเสีย

การห่อหุ้มเพชรทำให้เพชรดูเล็กลงไปอีก จะมีส่วนที่มองเห็นประกายของเพชรน้อยลง


3. การฝังหนีบ (Classic Tension Setting)

การฝังหนีบ คือการใช้แรงดันจากโลหะทั้งสอนด้านของตัวแหวนในการหนีบเพชรเข้าไว้ จึงทำให้ดูเหมือนเพชรถูกยึดไว้กับที่ด้วยตัวเรือนเฉยๆ ช่างฝังจะต้องชำนาญ และควรใช้ Laser เพื่อหาขนาดที่แม่นยำของเพชร ในการตัดร่องเล็กๆ ให้พอดีกับขนาดของเพชรเพื่อให้เพชรสามารถลอยตัวอยู่ได้อย่างด้วยการหนีบของทองคำทั้งสองฝั่งได้อย่างมั่นคง


ข้อดี

หนีบเพชรให้อยู่กับที่ได้อย่างกระชับ ไม่ขยับไปมา เพราะต้องใช้ความสามารถ และเครื่องมื่อพิเศษในการฝัง ทำให้ผู้สวมใส่ดูมีรสนิยม ทันสมัย และมีสไตล์ แตกต่างจากคนทั่วไป อีกทั้งเพชรยังมีประกายเล่นไฟได้ดีเพราะมีการโชว์เนื้อเพชรมากกว่าแบบอื่นๆ


ข้อเสีย

อาจทำให้เพชรดูเล็กกว่าความเป็นจริง โดยเฉพาะเวลาใช้เนื้อโลหะหนาการเพิ่ม-ลดไซส์แหวน ทำได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง มีโอกาสที่เพชรอาจหลุดออกมาได้หากถูกกระทบแรงๆ


4. ฝังหนีบ ออกแบบฝังหุ้ม (Tension-Style Bezel Setting)

ตัวเรือนฝังหนีบออกแบบฝังหุ้ม (Tension-Style Bezel Setting) ซึ่งจะผลิตยากกว่าตัวเรือนที่หนีบแบบตรงๆ เพราะต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญสูง แต่ตัวเรือนแบบนี้มีข้อดีตรงที่สามารถปกป้องเพชรได้รอบด้านกว่า และจะหนีบเพชรให้อยู่กับที่ได้ดีกว่า


ข้อดี

ทำให้เพชรเปร่งประกายได้ดีกว่าแบบหุ้มธรรมดา แถมยังช่วยปกป้องได้รอบทิศทาง และยึดเพชรอยู่กับที่ได้ดีกว่า


ข้อเสีย

ปรับเพิ่ม-ลดไซส์ลำบาก และมีค่าใช้จ่ายสูง

อาจทำให้เพชรดูเล็กลง ปรับ-แก้ไขขนาดยากกว่าแบบอื่นๆ

หากถูกชนเข้าอย่างแรง อาจทำให้เพชรหลวมได้

5. ฝังสอด หรือฝังล็อค (Channel Setting)



การฝังสอด หรือ ฝังล็อค คือการฝังเพชรเรียงกันเป็นแนวยาว และไม่มีเนื้อโลหะมาขวางกั้นระหว่างเพชร

มักจะนิยมใช้กับแหวนเพชรแถว เพื่อเรียงเพชรให้ทั่วแหวนเป็นวงกลมรอบนิ้ว

เนื่องจากแหวนเพชรฝังสอดไม่มีการใช้หนามเตย จึงความสะดวกสบายในการสวมใส่ไม่เกิดการเกี่ยว พัน เข้ากับสิ่งรอบๆกาย


ข้อดี

สามารถยึดเพชรไว้ได้อย่างมั่นคง ป้องกันจากการกระทบได้ดี เพิ่มประกายให้แหวนเพชร เมื่อนำมาใช้ประดับรอบๆเพชรเม็ดใหญ่ ดีไซน์ดูเท่ ทันสมัย เพิ่มความประกายให้ตัวเรือนเป็นอย่างดี และยึดเพชรไว้ได้อย่างมั่นคง แหวนจะไม่ค่อยเกี่ยวดึงกับเสื้อผ้าหน้าผม


ข้อเสีย

ทำความสะอาดยาก เพราะฝุ่นจะเข้าไปเกาะด้านใน

ตัดต่อไซส์แหวนยาก เพราะต้องเพิ่มลดจำนวนเพชร ทำให้ดูไม่สมส่วน

เซ็ตติ้งแบบนี้ไม่เหมาะกับท่านที่ต้องการโชว์ความอลังการสวยงามของเพชร

6. ฝังจิกไข่ปลา (Pavé Setting)


การฝังแบบนี้ คือการนำเพชรเม็ดเล็กๆ มาวางเรียงกันเป็นแพ แล้วยึดติดด้วยก้อนโลหะกลมๆเล็กๆเหมือนไข่ปลา การฝังแบบนี้จะทำให้เพชรดูระยิบระยับ มีประกายมากมากขึ้นโดยเฉพาะถ้าอยู่ในตัวเรือนทองคำขาว


ข้อดี ของตัวเรือนฝังจิกไข่ปลา

สามารถช่วยทำให้เพชรเม็ดกลางดูเด่นยิ่งขึ้น

เพิ่มประกายไฟให้แหวนเพชร เมื่อนำมาประดับรอบๆ

ถ้าเพชรเม็ดกลางไม่มีไฟเท่าไร การฝังเพชรแบบจิกไข่ปลาจะช่วยให้ดูเล่นไฟมากขึ้น

สามารถออกแบบแหวนเพชรให้ดูทันสมัย หรือวินเทจก็ได้

ข้อเสีย ของตัวเรือนฝังจิกไข่ปลา

ตัดต่อขนาดแหวนลำบาก โดยเฉพาะถ้าฝังเพชรไว้รอบวง

เพชรเม็ดเล็กมีโอกาสหลุดออกได้ (โอกาสน้อยมาก)

ผมแนะนำให้คุณเลือกไซส์แหวนที่ถูกต้อง ให้มั่นใจก่อนแล้วค่อยสั่งทำแหวนเพชร เพื่อป้องกันไม่ให้คุณต้องลำบากแก้ขนาดแหวนในภายหลัง


7. ฝังบาร์ (Bar Setting)


การฝังเพชรโดยขั้นด้วยแถบโลหะจากตัวเรือน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดูแปลกตาในการฝังเพชร

การฝังแบบบาร์จะคล้ายๆ กับการฝังสอด แต่จะแตกต่างตรงที่การฝังสอดจะไม่เว้นที่ว่างระหว่างเพชร เพชรจึงแนบชิดติดกันหมด ขณะที่การฝังแบบบาร์จะเว้นที่ว่างไว้ เพื่อสอดชิ้นโลหะให้เพชรยึดอยู่กับที่



ข้อดี

สามารถโชว์หน้าเพชรได้มากขึ้น ทำให้เพชรดูเปล่งประกายได้เต็มที่

ยึดเพชรได้เป็นอย่างดี ด้วยบาร์โลหะที่ขั้นกลางระหว่างเพชร


ข้อเสีย

การปรับไซส์แหวนเพชรอาจทำได้ลำบาก การยึดเพชร อาจด้อยกว่าแบบฝังสอด



8. ฝังเหยียบ หรือฝังหน้าจม (Flush Setting)



แหวนเพชรฝังเหยียบ ส่วนมากจะนิยมฝังแหวนเพชรผู้ชาย เพราะการที่เพชรได้รับการฝังเข้าไปให้อยู่กับที่ ทำให้โอกาสหลุดหายยากมาก

วิธีการก็คือคือการเจาะรูตรงส่วนโลหะของแหวนลงไป แล้วช่างจะทำการกดเพชรเข้าไปให้อยู่กับที่

การฝังอัญมณีแบบนี้จะไม่เหมาะกับพลอยหรืออัญมณี ที่มีเนื้ออ่อนกว่าเพชร เพราะอาจทำให้เนื้อพลอยแตกได้ในระหว่างการกดพลอยเข้าไป


ข้อดี

เป็นแหวนเพชรที่มีความทนทานมากที่สุด จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องทำงานด้วยมือเยอะๆ

ทำให้ผู้สวมใส่ดูเป็นคนคล่องแคล่ว เรียบร้อย และเรียบง่าย

ลดความกังวลเรื่องเพชรหลุดหรือหลวม เพราะเป็นไปได้ยาก

เพิ่มการป้องกันให้กับเพชรอย่างแน่นหนา เปรียบเสมือนเสื้อเกราะ

ถือเป็นแบบที่มีความ Practical และสวมใส่ในชีวิตจริงได้ดีที่สุด

ลดโอกาสเป็นเป้าสายตาของขโมยขโจร เพราะไม่สะดุดตาเกินไป


ข้อเสีย

ทำให้เห็นเพชรได้น้อยลง เพราะถูกฝังจมลงไป

เพชรจะมีประกายไฟสู้การฝังแบบอื่นๆไม่ได้


9. การฝังไร้หนาม (Invisible Setting)


การฝังแบบไร้หนามมักใช้อัญมณีที่มีรูปร่างสี่เหลี่ยม โดยตัวเรือนโลหะจะมีลักษณะเหมือนตาข่ายไว้รองรับอัญมณีแต่ละเม็ด และมีโลหะคล้ายใบมีดเป็นตัวล็อคอัญมณี ลักษณะการฝังจึงดูเหมือนตารางและไม่เห็นโลหะระหว่างขอบอัญมณี


ข้อดี

โชว์ความสวยงามได้เป็นอย่างดี ทำให้อัญมณีเม็ดเล็กดูใหญ่ขึ้น เพราะโชว์หน้าอัญมณีทั้งหมดทำให้ดูส่งผลให้ อัญมณีเม็ดเล็ก ดูมีราคาแพงขึ้นเมื่ออยู่บนเครื่องประดับ


ข้อเสีย

เมื่อมีการกระทบกระทั่งบ่อยๆ อาจทำให้ขอบของอัญมณีบิ่นได้ อีกทั้งตัวหนามเตยอาจเกี่ยวเสื้อผ้าหรือเส้นผมของเราได้ง่าย ต้องใช้ช่างฝีมือชำนาญมากๆที่จะทำให้การฝังแบบนี้ออกมาได้ตามความโค้งมนของแหวน

ดู 47 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page